มาส่งประกวด 'ขีดๆเขียนๆ' เจ้า้ค่ะ Title : Forbidden Circle Pairing : 10069 (ยาโอยเบาๆ แอร๊ยย) Auther : Natsumi Akihiko Notes : ตั้งใจจะเขียนให้จิตตก แต่ไหงออกมาเอโร่ยเนี่ย ฮ่าๆ ขอโทษที่ออกมาไม่ค่อยดีนะคะเพราะรีบปั่น(เนื่องจากไม่ทราบวันหมดเขตเลยรีบเขียนอย่างรวดเร็ว) ยังไงก็ขอฝากนิยายเรื่องนี้ด้วยนะคะ ♥ Ps. แนะนำให้ฟังด้วยระหว่างอ่านนะคะ ตึก ตึก ตึก ตึก
เสียงฝีเท้าวิ่งรัวบนพื้นหินขัดอย่างดีจนก่อเสียงดังก้องไปทั่วอาคารที่ปราศจากผู้คน ผืนนภาอันกว้่างใหญ่เริ่มแปรสีเป็นสีส้มหม่นที่เจือด้วยสีน้ำเงินจางๆ ทั้งๆที่ตอนนี้เป็นเวลาอันสมควรที่จะกลับบ้านหรือหอพักของตนแล้วแท้ๆ ทว่า ‘โรคุโด มุคุโร่’ ยังคงวิ่งโร่หนี ‘บางสิ่งบางอย่าง’ บนอาคารเรียนที่ร้างผู้คนแห่งนี้
บางสิ่งบางอย่าง...ที่เขาสามารถมองเห็นได้เพียงแค่คนเดียว!!!!
ลำคอระหงส์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นัยน์ตากลมโตต่างสีมองวาดไปรอบๆตัวอย่างหวาดระแวง ริมฝีปากสีแดงสดทว่ากลับแตกระแหงเม้มเข้าด้วยกันจนแทบกลายเป็นเนื้อชิ้นเดียวกันด้วยความกลัว...
เขากลัว...กลัว...ตั้งแต่ได้รับรู้ถึง...ความลับนั่น!!!
นับตั้งแต่เด็กๆ ที่เขามีดวงตาคู่ประหลาดที่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วๆไป เขาไม่เคยล่วงรู้ถึงความสามารถที่ซ้อนอยู่ของมันเลยซักนิด เขาเอาแต่โทษมันที่ทำให้เขากลายเป็นที่รังเกียจของสังคม ถูกผู้คนรอบข้างมองราวกับเป็นตัวประหลาด จนกระทั่ง...วันเกิดครบรอบ 15 ปีของเขา...
เขาสามารถมองเห็นวิญญาณ!!!! สิ่งลี้ลับ...ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้!!!
เขาไม่เคยเชื่อในอำนาจเหนือวิทยาศาสตร์นี้เลยแม้แต่วินาทีเดียว จิตใจได้แต่ปฏิเสธว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ หรือภาพหลอน ทว่าเขาไม่อาจที่จะหลอกตัวเองให้เชื่อได้อย่างสนิทใจ ซ้ำยังหวาดระแวงอยู่เรื่อยๆ เมื่อเขาแทบจะแยกระหว่างคนเป็นกับคนตายออกจากกันไม่ได้!!!
สัมผัสพิเศษนี้รุนแรงมากขึ้นทุกๆปี ทุกๆปี จนกระทั่งล่วงเลยมาเป็นปีที่ 3 เพียงแค่เวลาไม่นานพลังนี้กลับแข็งแกร่งขึ้นผิดหูผิดตาจนเขารู้สึกว่ากำลังสิ่งลี้ลับน่าสะพรึงกลัวนี้กำลังคุกคาม ไม่ใช่คุกคามธรรมดา หากแต่เป็น ‘คุกคามอย่างร้ายกาจ!!!’ จนกระทั่ง...วันหนึ่ง เขาดันไปล่วงรู้ถึงความลับบางอย่างของเหล่านักเรียนพิเศษของโีรงเรียนที่ล้วนแล้วแต่...
...ไม่ใช่คน!!!
ไม่มีใครดูออก...นอกจากเขา...
ไม่มีใครรู้เลยว่า...บุคคลที่ใช้ชีวิตร่วมกันกับพวกเขาในทุกๆวัน ทานอาหารร่วมโรงอาหารในทุกๆเที่ยง และกลับบ้านโดยรถไฟฟ้าเส้นเดียวกันกับเขา...
จะไม่ใช่คน!!!!
ไม่มีใครสงสัยสีผิวซีดขาวนั่นหรือดวงตาสีอเมทิสที่แฝงไปด้วยความเย็นชาเสมือนไร้จิตวิญญาณ ริมฝีปากหยักที่มักโปรยรอยยิ้มสวาทไปทั่ว ทว่าในสายตาเค้ากลับเป็นรอยยิ่มที่แลดูเข้าใจยากและเคลือบแฝงไปด้วยความลับและแรงปราถนาอันแรงกล้าจนบางครั้งมันยากที่เขาจะเผชิญหน้าต่อเหล่านักเรียนพวกนั้น...
...ที่ไม่ได้มีกันแค่คนเดียว!!!
ครืดดดดด ครืดดดดดด
เสียงอะไรบางอย่างที่กำลังตามไล่กวดเขา ดังขึ้นทุกๆขณะที่เขากำลังวิ่ง เงาดำนั่นก่อนตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเขาไม่กล้าแม้แต่ที่จะหันหลังไปมอง และดูเหมือนว่าเสียงนั่นจะใกล้เข้ามาหาตัวเขาเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...มากขึ้น...จนกระทั่ง...
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงปีศาจนั่นแผดร้องเสียงดังสนั่นจนใบหน้าหวานอดที่จะหันไปมองไม่ได้ ดวงตาต่างสีเบิกกว้่างเมื่อจู่ๆเงาดำนั่นก็ฉีกขาดออกจากกันราวกับกระดาษที่ถูกตัดด้วยคัตเตอร์อย่างง่ายดาย...
และมันจะน่าตกใจน้อยกว่านั้น ถ้าหากผู้จัดการฉีกปีศาจนั่นไม่ใช่ 1 ใน นักเรียนคลาสพิเศษที่เขาสุดแสนจะรังเกียจ
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก....!!!!
ปีศาจนั่นยังคงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เงาดำรอบๆกายมันบิดเร้าด้วยความทรมานก่อนที่ร่างทะมึนนั่นจะหายไปจากพื้นทางเดิน ประหนึ่งว่าไม่เคยมีอะไรมาก่อน
มุคุโร่เผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะด้วยความตกใจกลัว มือบางสั่นเทาด้วยความกลัวสุดขั้วหัวใจในขณะที่ดวงหน้าเรียวสวยได้รูปพยายามแสร้งกลบเกลื่อนอารมณ์นนั้นเอาไปภายในอก
เมื่อไอสีดำค่อยๆจาง ร่างบางที่ซ่อนอยู่ภายหลังงาดำนั่นค่อยๆเด่นชัดขึ้นจนสามารถมองเห็นได้อย่างแจ่มชัด มุคุโร่มองเด็กสาวที่กำลังถือดาบไม้เก่าๆอยู่ตรงหน้าเขาภายใต้ชุดยูนิฟอร์มปกกะลาลีที่ขลิบขอบด้วยริบบิ้นสีแดงสดซึ่งเป็นสัญลักษณ์พิเศษของ ‘คลาสพิเศษ’
“นายไม่ควรมาอยู่ที่นี่...ในเวลานี้”ยูนิเอ่ยเบาๆด้วยสายตาแข็งกร้าว สายลมแรงพัดผ่านจนเรือนผมสีดำสั้นไหวไปตามแรงลม ช่างแลดูเป็นเด็กสาวที่เด็ดเดี่ยวแข็งกร้าวเอาเสียจริง
“แล้วผมควรไปอยู่ที่ไหน ในเวลาไหนเหรอครับ?”ปราการเดิมๆที่มุคุโร่เลือกใช้เพื่อปกป้องตนเองจากผู้คนถูกก่อขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ยูนิหรี่ตาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยทว่ากลับไม่ได้ติดใจอะไรคนตรงหน้าเพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้ามีเหตุผลเพียงพอหรือพูดจริงๆคือมากพอที่จะชิงชังตน
“ที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ที่นี่!!! รีบออกไปซะ ก่อนจะไม่ได้กลับไปอีก!!!”เด็กสาวตวาดเสียงหนักแน่นพร้อมกับก้าวมาข้างหน้าช้าๆ ในขณะที่เป้าหมายได้แต่ยืนนิ่งทั้งๆที่ขาสั่นเทาจนแทบก้าวไม่ออก ถึงอย่างนั้นก็ยังคงปั้นยิ้มเสแสร้งที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิงและทนงตน
“รีบๆออกไป ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...”มุคุโร่ชั่งใจเมื่ออีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มขึ้นทว่ายังคนแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นเคย นัยน์ตาสีต่างยังคงจับจ้องไปยังดวงตากลมโตราวกับทะลุเข้าไปในจิตใจอีกฝ่าย
‘คนตรงหน้าต้องการอะไรกันแน่??? บอกอะไรกันเขากันแน่??? และมาช่วยเขาทำไม???’ นั่นคือสิ่งที่เขาคิดไม่ตก บางที...เด็กสาวตรงหน้าอาจจะหลอกลวงเขา หรือบางที...เด็กสาวตรงหน้าอาจจะตั้งใจที่จะช่วยเขาจริงๆก็ได้???
จริงหรือหลอก...ใครจะไปรู้!?!
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด เขาไม่อาจจะปฏิเสธสายตาที่แสดงถึงความจริงจังอย่างเต็มเปี่ยมออกมาได้เลย ทว่าจิตใต้สำนึก..ลึกๆก็ยังย้ำเตือนว่า‘บุคคล’ตรงหน้านั้นอันตรายเกินกว่าจะเชื่อใจได้
...แต่ไม่รู้ทำไม สัญชาตญาณของเขาถึงบอกว่าให้เชื่อใจเด็กคนนี้ !?
“คึหึหึ...เด็กอย่างเธอนะเหรอจะช่วยผมได้?”ริมฝีปากบางว่าอย่างเหยียดหยามพลางปรายตามองร่างเล็กๆที่ยืนประจันท์หน้าอย่างไม่เกรงกลัว
ดวงตากลมละสายตาจากอีกฝ่ายอย่างเอือมระอาก่อนจะจับจ้องไปยังเข็มนาฬิกาบ่งบอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วโมงเศษๆจะถึงเวลาหกโมงเย็น ใบหน้ากลมซีดลงเล็กน้อยก่อนจะปรายตามองอีกฝ่ายที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้า
‘...ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมคนตรงหน้าถึงได้เป็นที่ต้องการของท่านผู้นั้น...’ยูนิคิดพลางนึกชมร่างบางข้างหน้า เธออดที่จะหลงไหลไปกับใบหน้านวลขาวเรียวได้รูป ดวงตากลมสวยทว่านัยน์ตากลับให้ความรู้สึกที่ปละหลาดออกไป...มันช่างดูโดดเด่นและน่าหลงไหลไปพร้อมๆกัน ยังไม่นับรวมพวงแก้มสีแดงระเรื่อเนื่องจากผ่านการวิ่งมาเมื่อครู่ ริมฝีปากสีแดงฝาดดูสุขภาพดีที่เผยอออกน้อยๆจนดูติดเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก
“หึหึ...จะมองหน้าผมอีกนานไหมครับเนี่ย?”มุคุโร่หรี่ตามองอีกฝ่ายพลางแกล้งยิ้มยั่วโมโหแต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้นึกติดใจอะไรกับมันนัก
“...ขอโทษที แต่เราต้องรีบไปจากที่นี่แล้ว!”ยูนิว่าก่อนจะคว้าข้อมือบางของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ ผิวเนียนลื่นของเจ้าของดวงตาสีต่างให้ความรู้สึกที่เรียบเนียนราวกับกำลังสัมผัสเข้ากับผืนผ้าแพรเนื้อดี กลิ่นโคโรญจ์จางๆ ฟุ้งกำจายไปทั่วมวลอากาศรอบๆที่ร่างบางเดินผ่านจนยากที่จะละไม่ให้สูดดมกลิ่นหอมหวานนั้น...
...ราวกับเป็น...ผลไม้ต้องห้าม...
ยูนิกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ก่อนจะเร่งสาวเท้าบนขั้นบันไดหินอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ขาเล็กจะทำได้ ใบหน้ากลมกลึกหันกลับไปมองร่างบางที่ก้าวเท้าตามลงมาอย่างติดๆก่อนจะชะงัก เมื่อพบว่าประตูทางออกทางนี้ถูกปิดเป็นที่เรียบร้อย
บ้าจริง!!!! หรือว่ารู้ตัวแล้ว!?!
ฟันซี่เล็กขบลงบนริมฝีปากล่างอย่างครุ่นคิด พลางมองใบหน้าหวานที่เริ่มมองมาทางตนอย่างไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“เธอกำลังเล่นตลกอะไรอยู่งั้นเหรอครับ???”มุคุโร่ว่าอีกฝ่ายอย่างเคืองๆพลางมองอีกฝ่ายที่ดูตกใจอย่างสุดขีด
“ยะ...แย่แล้ว!!!”ยูนิว่าพร้อมกับใช้มือเล็กลูบไล้ไปตามกำแพงหินก่อนจะต่อยเข้าไปอย่างเต็มแรง!!!
พลั๊ก!!!
เสียงกำแพงหินที่แลดูแข็งแกร่งแตกเปราะลงเพราะหมัดลุ่นๆของเด็กสาวตรงหน้าดังสนั่นเสียจนเขาอดแปลกใจในพลังอันเหลือล้นของเด็กสาวที่ดูเกินตัวนี้ไม่ได้...แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจเท่าไหร่
...ในเมื่อเด็กสาวตรงหน้าเขาไม่ใช่มนุษย์...
โครม!!!!!...
เสียงกำแพงหินทะลายลงมาภายในเสี้ยววินาทีเพราะลูกเตะของเด็กสาวผมสีรัตติกาลจนมองเห็นสนามหญ้าของโรงเรียนที่สะท้อนแสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามสายัญท์ ทว่าผืนนภาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยเงาดำบางอย่างบินว่อนไปทั่วบริเวณ มือที่ไร้หนังหุ้มนั้นถือเคียวขนาดใหญ่กว่าตัวมัน 2 เท่านั่นทำให้เขานึกถึงยมทูต หรือ Grim ในหนังสือปรัมปรา
“นั่นมัน...อะไรกัน!!!”ดวงตาต่างสีเบิกกว้างเมื่อมองเห็นปีศาจตรงหน้าบินว่อนไปทั่วบริเวณซ้ำยังมีเป็นจำนวนมาก บางทีอาจจะมีเป็น 10 ตัว ไม่สิ อาจจะเป็น 100 ตัวก็เป็นได้!!!
“เราเสียเวลามากแล้วค่ะ อีกไม่กี่นาทีเท่านั้น!!! รีบไปจากที่นี่เถอะค่ะ!!!” ยูนิไม่ว่าเปล่า ยังคว้าข้อมือบางของอีกฝ่ายพร้อมกับฉุดให้วิ่งไปตามตนจนคนถูกฉุดถึงกลับตกใจจนแทบล้มคมำ ยังดีที่พอมีสติและทรงตัวได้ ไม่งั้นมีหวังคงได้ลงไปจูยอดหญ้าแล้วแน่ๆ
“นี่เรากำลังทำอะไร ผมงงไปหมดแล้ว?”ชายหนุ่มตัดสินใจถามร่างบางที่จู่ๆก็ฉุดกระชากลากถูเขาจนเขางุงงงไปหมด แต่ไม่ทันที่จะตอบ บรรดาเงาดำนั่นก็บินว่อนลงมาหมายจะฆ่าพวกเขา ในขณะที่ดวงตาต่างสีเบิกกว้าง ยูนิค่อยๆตวัดปลายดาบไม้ลงบนตัววิญญาณปรากฏให้เห็นพลังสีแดงที่ไหวไปตามวิถีดาบ
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ทันทีที่ดาบนั่นตัดลงบนเงาดำ มันค่อยๆร้องโหยหวนก่อนที่กายจะขาดเป็นสองท่อนแล้วหายไป ทว่ามันกลับค่อยๆบินลงมาสมทบกันเรื่อยๆจนมุคุโร่แทบมองไม่เห็นสนามหญ้าภายนอก
ควับ!!!
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงปลายดาบไม้ฟาดฟันลงบนเงาดำนั่นยังคงได้ยินอยู่เรื่อยๆ ทว่ากริมม์กลับเพิ่มจำนวนขึ้นมากอย่างน่าตกใจจนขาเรียวถึงกับสั่นเทิ่มด้วยความกลัวทว่ากลับพยายามข่มใจเอาไว้ไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมา
“คุณโรคุโดค่ะ รีบหนีเร็ว!”ยูนิว่าพลางผลักเขาออกไปจากฝูงกริมม์ที่ยังคงรุมเด็กสาวอย่างต่อเนื่อง และดูจะไม่ลดจำนวนลงเลยซักนิด ถึงแม้ว่าเขาอยากจะช่วยเด็กสาว ทว่าเข้ากลับทำอะไรไม่ได้เลยซักนิดเดียว
...กลัว...กลัวว่าความผิดพลาดครั้งนั้นจะหวนกลับมาอีก
“เร็วๆสิคะ!!!”เสียงตะโกนของเด็กสาวทำให้มุคุโร่ได้สติ ขายาวรีบวิ่งหนีตามที่เด็กสาวว่าด้วยความตกใจ ทว่าในจิตใจลึกๆกลับอยากช่วยเด็กสาวคนนั้นเอาไว้!!!
...แต่ว่า เขาไม่รุ้เลยว่าเขาควรจะช่วยอย่างไรดี!!!!
มุคุโร่คิดจนหัวแทยระเบิดก่อนที่นัยน์ตาเรียวจะเหลือบไปเห็นท่อนเหล็กปลายแหลมเก่าๆขึ้นสนิทถูกวางทิ้งอยู่บริเวณพงหญ้า เขามองมันก่อนจะคว้าแล้ววิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว!
...บ้าจริง!!! ทำไมเขาไม่หนีไปนะ!!!
มือบางสั่นระริกก่อนจะฟาดฟันลงบนร่างของเขาดำ และมันก็ได้ผล เมื่อร่างของมันฉีกขาดออกและค่อยๆหายไปกับอากาศ
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!!!
มุคุโร่นึกสบถในใจก่อนจะพยายามกำจัดปีศาจเหล่านี้ออก ในขณะที่เด็กสาวเรือนผมรัตติกาลได้แต่มองเขาอย่างตกใจ
“ทำไมคุณไม่รีบหนีไปละคะ นี่ก็...ใกล้จะถึงเวลาแล้ว!!!”ยูนิว่าพลางค่อยๆฟันปีศาจสีดำนั่นจนค่อยๆลดปริมาณลงเรื่อยๆ
“ผม...ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้แค่ว่าผมทิ้งคุณเอาไว้ข้างหลังไม่ได้”มุคุโร่ว่าพลางวาดท่อนเหล็กไปมาเมื่อเริ่มคล่องมือ
“ไปเถอะค่ะ ตอนนี้ยังทัน”ร่างเล็กว่าอีกครั้ง มุคุโร่ส่ายหัวเบาๆก่อนจะค่อยๆฆ่าปีศาจนั่นเรื่อยๆ
“ไม่ครับ” เขายืนยันเสียงหนักแน่น
“คุณนี่มัน” มือเล็กเริ่มฉุดร่างบางอีกรอบเมื่อรู้ว่าห้ามไม่ได้ มุคุโร่ปลิวตามแรงดึงของหญิงสาวที่เขาไม่อาจต้านทานได้ ยูนิวิ่งไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆขาทั้งสองข้างของเธอก็ถูกพันธนาการด้วยโซ่สีเทาที่จู่ๆก็ผุดขึ้นมาจากดิน มันยึดตรึงเสียจนเธอไม่อาจที่จะขยับเขยื้อนขาของเธอได้เลยซักนิด ซ้ำยังสร้างบาดแผลให้เธออีกด้วย
‘แย่แล้ว...สายไปแล้ว!!!’ยูนินึกในใจอย่างร้อนรน
“เธอกำลังจะไปไหนเหรอ ยูนิ”หญิงสาวเรือนผมสีนิลถึงกับสะดุ้งวาบเมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่ คอเล็กค่อยๆหันไปตามเสียงก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อดวงตากลมสบเข้ากับดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่จ้องมาทางเธออย่างแข็งกร้าว เรือนผมสีน้ำเงินปลิวไสวบ่งบอกให้รู้ว่าหญิงตรงหน้าเป็น ‘บลูเบล’ ไม่ผิดแน่!!!
“บลู...เบล”ยูนิเอ่ยอย่างตกใจก่อนจะมองมุคุโร่ที่เริ่มมองหน้าของหญิงสาวสองคนไปมาอย่างตกใจ
“หืมม เธอกำลังจะพาแม่ลูกแกะน้อยนี่หนีเหรอ...?”ปลาวนิ้วเรียวค่อยๆเชิดปลายคางมนของมุคุโร่ขึ้นก่อนจะจ้องลงไปในนัยน์ตาสองสีที่สั่นระริกด้วยความกลัวและตกใจสุดขีดในขณะที่ได้แต่นึกขำในท่าทีของอีกฝ่าย
“มุคุโร่ หนีไป!!!!!!”ยูนิตวาดลั่นดึงเอาความสนใจของบลูเบลมาที่ตน บลูเบลเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะละจากใบหน้าหวานล้ำของมุคุโร่มาทางหญิงสาวที่ถูกพันธนาการอยู่ด้วยมนตร์ของตน
“หืมม นังทรยศ!!!!!”บลูเบลตวาดลั่นก่อนจะฟันมีดสั้นฉับเดียวใส่คอบางของเด็กสาวจนขาดออกในคราเดียว สายเลือดสีแดงคล้ำพวยพุ่งออกจากคอของเด็กสาวที่ถูกฟัน
นะ...นี่มัน...อะไรกันเนี่ย!!!!!
ขาเรียวอ่อนยวบลงด้วยความกลัว ก่อนจะรู้สึกคลื่นไส้กับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า ละอองเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วสนามหน้าสีเขียวสดจนใบหญ้าถูกย้อมกลายเป็นสีแดงด้วยเลือดของเด็กสาว
“อ๊อกกกกกก” มุคุโร่อ้วกออกมาด้วยความขยะแขยง กลิ่นคาวเลือดส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่วจนศรีษะของเขาขาวโพลนไปหมดทั้งด้วยความกลัว และความตกใจ
“กลัวเหรอ ท่านมุคุโร่ เมื่อก่อนท่านชอบเลือดพวกนี้จะตาย”บลูเบลว่าเสียงเรียบ ในขณะที่ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีชาต ฟันซี่สวยค่อยๆปรากฏเขี้ยวออกมาเมื่อได้กลิ่นเลือด …
...ตามสัญชาติญาณของแวมไพร์ในตัว
“ไม่!!! อย่าเข้ามา!!!”ริมฝีปากบางตวาดก่อนจะยกท่อนเหล็กขึ้นมาขู่ ขณะที่หญิงสาวค่อยๆก้าวเข้ามาหาเขา เขากลับได้แต่เดินถอยหลังไปเรื่อยๆราวกับโดนไล่ต้อน
“รู้ไหม ว่าพวกเรารอท่านมานานมากแค่ไหน???”หญิงสาวเอ่ยพลางไล่ต้อนชายหนุ่มไปเรื่อยๆและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยซักนิด
“ไม่!!! อย่าเขามา!!!”เขาตวาดอีกรอบก่อนที่แผ่นหลังจะชนเข้ากับรั้วเหล็กของโรงเรียนอันแสนเย็นเฉียบ ขาเรียวหยุดชะงักทันที เช่นเดียวกับหญิงสาวตรงหน้า
“ท่านเบียคุรันรอคุณอยู่ รอการกลับมาของคุณ...ได้โปรดอย่าหนีชะตากรรมเลยนะคะ”บลูเบลว่าเสียงเรียบก่อนที่มือบางจะค่อยๆเอื้อมมาจับชายหนุ่มตรงหน้า แต่ไม่ทันที่จะเอื้อมถึง จู่ๆเธอก็รู้สึกจุกตรงอกขึ้นมาอย่างแน่นขนัด
“อึก...” หยาดเลือดสีแดงเข้มไหลหยดลงมาจากหน้าอกของเธอที่ถูกเสียบด้วยปลายเหล็กแหลมด้วยน้ำมือของชายหนุ่มตรงหน้า เธอค่อยๆสำรอกเลือดออกมาจากปากก่อนจะล้มตึงลงด้วยความเจ็บปวด
“...ท่านมุคุโร่...ทำไม...” หยาดโลหิตค่อยๆไหลรินออกจากร่างบางก่อนจะตีวงกว้่างจนผู้มองถึงกับรู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาอีกรอบจนอดเอามือกุมปากเอาไว้ไม่ได้
...นี่เขาเพิ่ง...ฆ่าคน...ลงไปใช่ไหม???
มือบางสั่นระริกด้วยความกลัว พลางจ้องมองฝ่ามือที่เต็มไปด้วยหยาดโลหิตของอีกฝ่าย เขาค่อยๆเดินเลี่ยงศพของบลูเบลออกมาก่อนจะหันควับออกไปนอกโรงเรียน ทว่ากลับต้องเบิกตากว้างดว้ยความตกใจ
...เมื่อจู่ๆ บรรดาต้นซากุระที่เขาเห้นอยู่ทุกวัน กลับกลายเป็นต้นไม้อะไรซักอย่างที่แห้งจนเหลือเพียงแต่ต้นสีดำสนิท ผืนหญ้าที่เคยเขียวฉะอุ่มกลับกลาเยป็นสีแดงฉาดไม่ต่างจากเลือด นภาอันกว้างใหญ่กลับกลายเป็นสีแดงฉาดปนกับสีกรมท่าเข้มชวนให้นึกถึงบรรยากาศในหนังสยองขวัญที่เขาเกลียด
มุคุโร่ถึงกลับแทบหยุดหายใจเมื่อหันกลับไปมองโรงเรียนทว่าโรงเรียนนั่นกลับกลายเป็นปราสาทสีดำทะมึนที่ตั้งสูงตระหง่านแทนที่โรงเรียนนามิโมริ ซ้ำยังมีฝูงกาและฝูงปีศาจบินว่อนไปให้ทั่ว
...นี่มันเรื่องตลกอะไรกันนี่!!!
มุคุโร่นึกสบถในใจด้วยความกลัวก่อนจะเริ่มหาลู่ทางหนีอีกรอบ เขาตัดสินใจปีนรั้วเหล็กกล้าสีดำที่เป็นปลายเหล็กแหลม ต่างจากรั้วโรงเรียนที่เขาเคยเห็นในทุกวัน ร่างบางค่อยๆกระโดดผ่านลงมาอีกฝั่งอย่างง่ายดายโดยไม่มีรอยขีดขวน ก่อนจะค่อยๆวิ่งหนีออกไปให้ไกลจากปราสาทมากที่สุด!!!
วู้วววววว วู้ววววววว....
เสียงหมาป่าร้องโหยหวนทำเอาเขาถึงกลับขวัญเสีย และยิ่งเสียมากขึ้นเมื่อวิ่งไปเท่าไหร่ ป่ากลับรกทึบด้วยต้นไม้ที่ตายแล้วมากขึ้นเรื่อยๆจนมืดจนแทบมองอะไรไม่เห็น
...กลัว...เหลือเกินนน
วู้ วู้ …...
เสียงลมพัดผ่านจนเกิดเสียงดังวู้นั่นยิ่งทำให้ความกลัวในจิตใจของเขาเพิ่มมากขึ้นจนขาเรียวแทบจะทรงตัวต่อไม่ไหว มือบางเริ่มกุมหัวที่ปวดตุบมากขึ้นทุกๆวินาทีที่เขาเจอเรื่อยบ้าๆนี่ ...ที่บางที นี่อาจจะเป็นแค่ความฝันก็ได้???
“โอ๊ยย!!!”มุคุโร่ร้องลั่นเมื่อเล็บบางของตัวเองจิกเข้ากับเนื้อแขนของตน ความเจ็บปวดเป็นเครื่องยืนยันเป็นอย่างดีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน...เขาหลุดมาอยู่ในโลกอะไรก้ไม่รู้ และที่สำคัญ เขาเพิ่งฆ่าคนตาย!!!
ฤๅ พระเจ้า กำลังเล่นตลกกับเขาอยู่กันแน่!?!
ดวงตาต่างสีมองจ้องไปข้างหน้าเมื่อเห็นเงาของใครซักคนยืนอยู่ ขาเรียวค่อยๆก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับส่งเสียงเรียกเงานั่น แม้ว่าจะไม่ได้เห็นชัดนัก แต่เขามั่นใจว่าคนตรงหน้าต้องเป็นมนุษย์ไม่ผิดแน่!!!
“ใครนะ!!!”เขาตัดสินใจตะโกนออกไป และได้ผล!!! เมื่อเงาดำนั่นค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้เขาจนเขามองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายอย่างเด่นชัด นัยน์ตาสองสีได้แต่เบิกกว้างเมื่อเขาได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดๆ
“...เคน”ริมฝีปากอิ่มพึมพำเมื่อเขามองเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน...ดวงตาเรียวเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อจู่ๆ เขาพบกับเพื่อนชายของตนที่...
...ตายไปแล้ว
“ไงมุคุโร่ ไม่เจอกันนานเลยนะ”เคนยิ้มมุมปากก่อนจะเดินเข้ามาหาเขา ในขณะที่มุคุโร่ได้แต่ยืนอึ้งด้วยความตกใจที่ได้เห็นเพื่อนชายที่ตายไปแล้ว...ด้วยความไม่ได้ตั้งใจของเขา...!!!!
“เคน...เราไม่ควรจะเจอกันอีก!”มุคุโร่ว่าพลางส่ายหน้า เท้าเรียวค่อยๆก้าวถอยหลังเมืออีกฝ่ายเดินเข้ามาประชิดมาดขึ้น และมากขึ้น
“ใช่ เราไม่ควรจะเจอกันอีก...แต่ฉันอยากเจอนายนะ มุคุโร่...”เคยเหยียดริมฝีปากขึ้น “เพราะถ้าไม่ใช่เพราะนาย ฉันคงไม่ต้องตาย!!! และไม่ต้องมาอยู่ในที่แบบนี้!!! และ...”เคนเว้นวรรค
“...เป็นแบบนี้!!!” มุคุโร่เบิกตากว้างเมื่อจู่ๆเพื่อนชายของตนกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าร่างใหญ่โต มาป่าตรงหน้ากู่ร้องขึ้นจนเขาต้องเอามือมาปิดหูเอาไว้ มันช่างเป็นเสียงที่เต็มไปความโศกเศร้า และโทสะในคราเดียวกัน...
“ฉัน...ไม่ได้ตั้งใจ”น้ำตาที่ปริมอยู่ขอบดวงตาค่อยๆไหลย้อยลงมาอาบในหน้านวลด้วยความเสียใจ มือบางกุมริมฝีปากเอาไว้พลางส่ายหน้าราวกับคนเสียสติ...
...ถ้าไม่ใช่เพราะเขา เคนก็ไม่ต้องตาย ไม่ต้องเป็นแบบนี้!!!
“แกต้องชดใช้!!!!”หมาป่าร่างใหญ่ตะโกนลั่นก่อนที่อุ้งมือของมันจะค่อยๆตะปบลงบนร่างของร่างบาง ดวงตาต่างสีพริ้มหลับลงราวกันต้องการให้อีกฝ่ายฆ่าเขาแต่โดยดีเพื่อเป็นการชดใช้ ทว่าจู่ๆเขากลับได้ยินเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บของสัตว์ประหลาดตรงหน้าแทน!!!
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
หมาป่าตัวใหญ่ล้มตึงเมื่อจู่ๆมันถูกแทงด้วงสามง่ามลงบนหัวใจจนทะลุ ร่างของหมาป่าค่อยๆทรุดฮวบจนล้มตึงจนผืนแผ่นดินสั่นไหวราวกับเกิดภัยธรรมชาติขึ้น
ดวงตาต่างสีได้แต่มองภาพตรงหน้าอย่างงุนงง ก่อนจะหันไปมองเด็กสาวผู้ปลิดชีพสัตว์ประหลาดนี่ลง เธอหันมาสบดวงตาสองสีของเขาก่อนจะคุกเข่าและก้มหัวให้เขาที่ได้แต่ยืนงงกับภาพตรงหน้า
‘นี่มันบ้าอะไรเนี่ย???’ เขาสบถอีกครั้งเป็นรอบที่ 100 ของวันนี้
“ยืนดีต้อนรับกลับค่ะ ท่านมุคุโร่”นัยน์ตาต่างสีเบิกกว้างอีกครั้ง อะไรกัน??? ท่านมุคุโร่อีกแล้ว??? เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนพวกนี้ถึงเรียกเขาว่า ‘ท่าน’ มุคุโร่???
“ดูเหมือนจะเหนื่อยหน่อยนะ มุคุโร่คุง”เสียงทุ้มนุ่มฟังดูขี้เล่น ทว่าแฝงด้วยอำนาจเอ่ยขึ้นในความมืดก่อนที่ร่างนั้นจะเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนมุคุโร่มองเห้นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเด่นชัด...
เรือนผมสีขาวพิสุทธิ์ไหวไปตามแรงลมที่พัดกระโชกแรง ดวงตาสีอเมทิสจับจ้องร่างบางตรงหน้าก่อนจะค่อยๆระบายยิ้ม ร่างหนาค่อยๆเดินเข้าไปหามุคุโร่ที่ยังคงยืนนิ่งเนื่องจากไม่สามารถขยับตัวได้ อันเนื่องมาจากมนตร์ที่เขาเพิ่งใช้ไปกับร่างบางตรงหน้า
“ไม่เจอกันนานเลยนะ มุคุโร่คุง”มือหนาค่อยๆจับไหล่มนของอีกฝ่ายที่สั่นเทิ้มด้วยความกลัว ริมฝีปากหยักค่อยๆแตะลงบนหน้าผากมนอย่างถึงวิสาสะ
“คุณ...”มุคุโร่มองร่างสูงตรงหน้าด้วยความกลัว พลางปรายตามองชุดสูทและผ้าคลุมสีดำสนิทที่หนุ่มตรงหน้าใส่ ช่างแตกต่างจากชุดนักเรียน ‘คลาส’พิเศษที่เขาเคยเห็นหนุ่มตรงหน้าใส่อย่างสิ้นเชิง!
“รู้ไหมว่าฉันรอเธอมานานแค่ไหน มุคุโร่คุง” มือหน้าไล้ไปตามใบหน้านวลก่อนจะพินิจใบหน้าหวานล้ำตรงหน้า ไม่ว่าจะดวงตา สีผม ใบหน้า ริมฝีปาก หรือสันจมูก ล้วนแล้วแต่ไม่เปลี่ยนไปเลยซักนิด ทุกอย่างยังคงเหมือนกับมุคุโร่คนเดิม ที่ตายจากเขาไปเมื่อหลายพันปีก่อน
ผู้กุมหัวใจของเขาเอาไว้ แม้ว่าจะผ่านมาหลายพันปีแล้วก็ตาม!!!
“กลับมาเป็นของฉันเหมือนเดิมนะ มุคุโร่คุง”จมูกโด่งค่อยๆไซร้ลงไปบนลำคอระหงส์ ดวงตาต่างสีเบิกกว้างขึ้นเมื่อจู่ๆเขาก็ถูกรุกจากชายตรงหน้า
“ไม่!!!”เขาเอ่ยปฏิเสธ แต่นั่นสายเกินไปแล้ว เมื่อจู่ๆเขากลับรับรู้ได้ถึงความปวดหนับบริเวณคอ
“ไม่่!!!!!!!”มุคุโร่ตวาดเสียงดังพร้อมกับพยายามดันร่างอีกฝ่ายออก ทว่าแรงคนหรือจะสู้แรงของแวมไพร์ผู้แข็งแกร่ง มือหนาค่อยๆจับร่างอีกฝ่ายเอาไว้ให้มั่นก่อนจะกดแรงกัดให้แรงมากขึ้นจนขาเรียวของอีกฝ่ายถึงกับทรุดฮวบเนื่องจากเสียเลือดมากเกินไป
“เธอต้องเป็นของฉัน มุคุโร่...”เบียคุรันปัดปอยผมสีไพรินบริเวณใบหน้าของอีกฝ่ายออก พลางจับจ้องร่างบางในอ้อมแขนที่ปรือตามองเขาอย่างไม่ละสายตา
“ไม่ว่าชาตินี้ หรือชาติไหน ต่อให้ฉันต้องฆ่าใครตายอีกซักกี่ล้านคน แค่ขอให้ฉันได้นายมาครอบครอง ฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว...”
END