รอยยิ้มผู้สูญสิ้น โดย ช่อใบเถาว์
หากการเริ่มต้นชีวิตมีฐานะที่ไม่ดีส่งพาชีวิตเรา ก็เหมือนเรือขาดหางเสือ ไม่มีทิศทาง ลำก็เล็กเหมือนขาดวงศาคณาญาติ คลื่นลมก็ซัดออกนอกทะเล ผจญชะตากรรมอย่าทุกข์ใจ รันทดตลอดจนตายจากกันไป บางทีก็ไม่ได้แม้แต่ร่ำลา เหมือนชีวิตเด็กคนหนึ่งที่ชื่อต๋อม ที่ไม่มีโอกาสได้ร่ำลาใครสักคนเดียว
ฉันจำได้เมื่อฉันอายุประมาณ 8 ขวบ ได้เคยเห็นและรู้จักคุณลุงอมร คุณลุงอมรเคยพักกับครอบครัวเราที่ฝั่งธนบุรี ซอยวัดดงมูลเหล็ก คุณลุงอมรเป็นคนมีบุคคลิกดี หน้ามล ผมหยักศก ผิวพรรณละเอียด พูดจานุ่มนวล มีเงินใช้ไม่ขาดมือ คุณลุงอมรเป็นคนมีแฟนเยอะ แต่เคยมีครอบครัวมาแล้ว ภรรยาชื่อคุณน้านิด ทราบว่าเป็นลูกหลานของเจ้าเมืองแถบภาคตะวันตก เป็นคนมีการศึกษาจบจากปีนัง มีลูกกับคุณลุงอมรคนหนึ่งชื่อ ต๋อม
เมื่อประมาณปี 2512 คุณน้านิดปรากฏตัวพร้อมลูก โดยคุณลุงอมรรับต๋อมมาอยู่ด้วย ส่วนคุณน้านิดแยกไปอยู่ที่อื่น ได้ข่าวว่าไปทำงานแต่สุขภาพไม่ค่อยดี ครั้งแรกที่เราเห็นคุณน้านิดเป็นคนบอบบาง ผิวขาว หน้าตาไม่สวยจัด ซีดๆ พูดจาน้อยคำ
ฉันเห็นต๋อมครั้งแรกอายุประมาณ 5-6 ขวบ ส่วนตัวฉันเองก็ประมาณสัก 11 ขวบ ต๋อมมาอยู่กับพ่อที่บ้านของเรา พ่อต๋อมมีเงินใช้ตลอดเวลา แต่อยู่ไม่เป็นที่ เช่าบ้านอยู่ย้ายบ้านไป อยู่กับคนรู้จักบ้าง คุณลุงอมรไปอยู่ที่ไหนกับใครก็มีแต่คนต้อนรับอยากให้อยู่ด้วยเพราะมีเงินใช้ไม่ขาดมือ มีน้ำใจกับทุกคน เราไม่รู้คุณลุงอมรทำงานอะไร เห็นแต่แต่งชุดสีกากี ใส่รองเท้าหนังขัดมัน แต่งตัวสะอาดสะอ้าน มาดผู้ดีทุกกิริยา ต๋อมก็เช่นกัน แต่งตัวดี ใส่เสื้อไว้ในกางเกง มีเข็มขัดอย่างดีคาด สวมรองเท้ารัดส้นสีน้ำตาล มีรสนิยมในการกินการใช้ดีทีเดียว มีสายสร้อยใส่สมกับเป็นลูกผู้ดีของพ่อ
ต๋อมอายุน้อยกว่าฉันสัก 4 ปี ฉันเห็นต๋อมครั้งแรก ยิ้มน่ารักไร้เดียงสา เขาไม่ใช่เด็กก้าวร้าว พูดภาษาเรียบร้อยแบบเด็กๆ
อยู่ๆต๋อมก็กลับไปอยู่กับแม่ หลังจากได้ข่าวว่าพ่อโดนจับและพ่อก็ตายด้วยโรคหัวใจวาย เราก็ไม่รู้ว่าพ่อของต๋อมโดนจับด้วยเรื่องอะไร และก็ไม่มีใครพูดถึงเลย
แม่ต๋อมสุขภาพไม่ค่อยดี เหมือนเป็นโรคช้ำใน ตาโรยๆ ผิวลอกซีดกว่าเดิมที่เคยเห็น ตอนหลังมารับจ้างทำงานให้ฝรั่งเพราะแม่ต๋อมใช้ภาษาอังกฤษได้ดี มีเงินเดือนพอใช้จ่ายแต่ไม่มากเห็นจากการใช้ที่ประหยัดมาก ต๋อมอยู่กับแม่ ฉันจำไม่ได้ว่าต๋อมได้เรียนหนังสือถึงชั้นไหน เห็นอีกครั้งก็เป็นวัยรุ่นหางานทำ อายุได้สัก 17 ปี ทำงานเป็นลูกเรือประมง กลับมาเห็นต๋อมกับแม่อยู่ห้องเช่าข้างๆบ้านฉัน
ต๋อมยกมือไหว้ฉัน ฉันเห็นต๋อมเวลานี้ผิดกับที่เคยเห็นเมื่อ 10 ปีก่อน ทั้งๆที่เขาเป็นวัยรุ่น ควรจะมีผิวพรรณสมบูรณ์สดใสสมวัย แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น ดวงตาของวัยรุ่นคู่นี้บ่งบอกว่า อยู่ไปวันๆ ไม่หวังอะไร
แม่ต๋อมป่วยมากขึ้น มีหลายโรครุมเร้า เพียรไปหาหมอที่โรงพยาบาลบ่อยครั้ง ต๋อมเป็นห่วงแม่ ทั้งบ้านต้องเช่า ต้องกินใช้ และต้องหาเงินซื้อยาให้แม่ อาชีพเดียวที่มีช่องทางหาเงินได้ก็ต้องไปเป็นลูกเรือหาปลา ต๋อมไปทีละเป็นเดือนถึงจะกลับมา แต่ต้องยอมเพราะตนก็ไม่มีความรู้ ไม่มีพรรคพวก ทั้งที่ห่วงแม่ต้องอยู่ลำพังแต่ต้องไปทำงานกับเรือหาปลากลางทะเล
การกลับมาแต่ละครั้งของต๋อม หน้าตาที่กร้านขึ้น ตัวดำผิวหยาบ รายได้ก็ไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้นนัก เพียงพอมีเงินให้ค่าเช่าห้องแบ่งไว้ซื้อของกินใช้ได้บ้าง และพอที่จะชื่นใจก็คงที่ต๋อมได้กลับมาพบแม่ เป็นอย่างนี้ได้สัก 2-3 ปี
ครั้งล่าสุดได้ข่าวว่าน้านิดไปโรงพยาบาลแล้วไม่กลับมาอีกเลย ห้องเช่าก็เปลี่ยนคนเช่าใหม่ เที่ยวนี้การออกทะเลของต๋อมก็นานเกินที่จะจำได้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกเรือหาปลาคนนี้
แต่วันหนึ่งของปี พ.ศ. 2521 ต๋อมกลับมาบ้านที่เป็นห้องเช่า แต่ไม่มีแม่อยู่ กลับเป็นผู้เช่าคนอื่น ถามครูแสงจันทร์เจ้าของห้องเช่าก็บอกว่าไม่ได้ข่าวจากแม่ของต๋อม 8 เดือนแล้ว ข้าวของครูก็เก็บรวบรวมไว้ให้ เพื่อห้องจะได้ให้คนอื่นเช่าต่อ ดวงตาของต๋อมหม่นหมองมาก น้ำตาคลอไม่มีเสียงร้องไห้ ต๋อมเดินมาบ้านฉันถามเรื่องราวของแม่กับลุงของฉัน ลุงก็เล่าให้เท่าที่จำได้ว่าไปหาหมอ แล้วไม่ได้พบอีกเลย เขาตามหาแม่อยู่เป็นเดือน ไปทุกๆที่ที่คิดว่าแม่จะไปแล้วต๋อมก็หายไปอยู่หลายปี
สุดท้ายวันที่ฉันเห็นต๋อม เขาเข้ามาหาเพื่อนในซอยบ้าน เห็นต๋อมมีรอยสักตามแขนขา หน้าตาแข็งกร้าว ฉันเห็นครั้งแรกยังตกใจเพราะเขาเปลี่ยนไปมากและมากขึ้นเรื่อยๆ มีคนบอกว่าต๋อมฉีดยาเสพติดด้วย ต๋อมเห็นฉันยกมือไหว้สวัสดีฉันอย่างนับถือ แต่รอยยิ้มกับชะตากรรมที่เปลี่ยนไปมันไม่สดชื่น ความรู้สึกของฉันยังคงเห็นใจเขาอยู่เสมอ สงสารในชีวิตการเปลี่ยนแปลงของต๋อมกับทุกข์ที่ไม่ได้พักผ่อน
ต๋อมหายสาบสูญไม่มีใครได้ข่าวของต๋อมอีกเลย “ฉัน” ผู้เคยเห็นต๋อมเมื่อเขายังเล็ก ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน เขาเป็นเด็กบริสุทธิ์ ยิ้มละมุนละไมไร้เดียงสา แต่งตัวดี เหมาะสมที่จะเป็นลูกผู้ดีเท่านั้น แต่ดูซี.. ชีวิตของเด็กชายคนดีคนนี้ได้เปลี่ยนแปลงลงไปมาก คือสูญสิ้นทุกๆอย่าง แม้แต่ตัวของเขาเองก็ไม่มีใครพบอีกเลย จนบัดนี้ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าจากชีวิตเขาที่ไม่เหลืออะไรเลยครั้งสุดท้ายที่พบ ถ้าหากเขายังคงมีชีวิตอยู่อีกต่อไป เขาคงอยู่อย่างโดดเดี่ยวและหมดหวังทุกอย่าง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง มิตรแท้ แม้แต่รอยยิ้มเขาก็สูญสิ้นที่จะยิ้มเป็น
ต๋อม...ในใจของพี่ติ๋มที่เคยเห็นเธอตั้งแต่เล็กจนถึงวันสุดท้ายที่ได้พบ พี่ก็ยังสงสารและเห็นใจเธอเสมอกับชะตากรรมชีวิตของเธอที่รันทดขนาดนี้ เธอไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใครเลย ไม่ว่าต๋อมจะมีชีวิตหรือสูญเสียไปจากโลกนี้พี่ก็ขอให้เธอได้มีโอกาสพักกับความสุขบ้างสักเวลา พี่หวังเช่นนี้ไว้ให้ต๋อมผู้ที่สูญสิ้นไม่ว่าจะอยู่หรือจากไปแล้วก็ตาม
เรื่องเขียนนี้เป็นความทรงจำที่เป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นเมื่อ 47 ปีมาแล้ว ทุกคนที่กล่าวถึงเป็นบุคคลที่มีตัวตนเป็นไปตามที่เขียน ความรู้สึกที่ฉันเขียนถึงต่อมเขียนด้วยความเห็นใจอย่างแท้จริงเพราะฉันเห็นและรู้จักเรื่องราวของเขาดี
รอยยิ้มผู้สูญสิ้น
gosisty | #1 13-09-2011 - 21:48:17 ![]() | ![]() ![]() | |
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |
gosisty | #2 17-10-2011 - 11:44:48 ![]() | ![]() ![]() | |
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |
|
alicza | #3 17-10-2011 - 13:11:34 ![]() | ![]() ![]() | |
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |
|

- 1
![]() | ลงข้อความได้เฉพาะสมาชิก ต้องสมัครเป็นสมาชิกและ login เข้าสู่ระบบก่อนถึงจะสามารถลงความเห็นได้ |


ข้อมูลเมื่อ 2nd April 2025 05:35
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายส่วนบุคคนก่อนเริ่มใช้งาน [นโยบายส่วนบุคคล] |